Monthly Archives: July 2014

ก้าวแรกของจิตอาสา

เช้าวันหนึ่งช่วงฤดูเปลี่ยนผ่านย่างเข้าฤดูฝน แสงแดดยามเช้าได้ส่องประกายเป็นสัญญาณแรกของการเริ่มต้นกิจกรรมของชีวิตในวันนี้ ผมขับรถจากบ้านที่พักอาศัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอศรีราชา ไปตามถนนหมายเลข 36 มุ่งหน้าตรงสู่จังหวัดระยอง… เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้วสองข้างทางของถนนสายนี้เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ที่ปลูกเรียงรายตลอดเส้นทาง สวนยาง ไร่สับปะรด ที่กว้างใหญ่มองออกไปไกลสุดตา รถยนต์ที่ยังมีไม่มาก แล่นไปมาได้อย่างสบาย ภาพต่างๆ เหล่านั้นยังคงติดตาตรึงใจอยู่ตลอดเวลา แต่เวลานี้ภาพเหล่านั้นได้ถูกลบหายไปจากความเป็นจริง สิ่งที่สัมผัสได้ยามนี้คือ ถนนที่ขยายใหญ่ขึ้นที่คาดว่าจะทำให้การเดินทางสะดวก แต่กลับมีรถหนาแน่นเต็มท้องถนน ทั้งรถยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุกที่ครองตนเป็นเจ้าถนน ที่ต่างฝ่ายต่างแข่งกับเวลาเพื่อไปให้ถึงที่หมายโดยเร็ว …ชีวิตมีแต่ความเร่งรีบ… ความปลอดภัยบนท้องถนนเริ่มลดน้อยลง ผมมองออกไปตามสองข้างทาง ภาพเก่าในความทรงจำถูกลบหมดไปโดยสิ้นเชิง สวนยางเริ่มหายไปเป็นระยะๆ มีโรงงานเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ไร่สับปะรดถูกแทนที่ด้วยหมู่บ้านจัดสรร ต้นไม้สองข้างทางกลายเป็นร้านขายของฝาก ที่หวังจะให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามใจชอบ และที่สำคัญ มีอาคารพานิช ผุดขึ้นราวกับกำแพง กั้นไม่ให้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนอีกต่อไป…

ความเจริญที่ถาโถมเข้ามาในพื้นที่อย่างรวดเร็ว ได้นำความสะดวกสบายมาให้ จนทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไปนี้ …ใครเป็นผู้ออกแบบ ? …แล้วผู้คนในพื้นที่มีความต้องการเพียงไร ? …พวกเขามีความสุขหรือไม่ ? …มีความเป็นอยู่กันอย่างไร ? ยังคงเป็นคำถามที่ค้างอยู่ในใจตลอดเวลา…. แสงแดดยามเช้าได้ส่องผ่านกระจกหน้ารถ แม้ว่าจะถูกกรองด้วยฟิล์มหนึ่งชั้นแล้วก็ตาม ยังคงมีความเข้มของแสงจนทำให้ผมต้องหยิบแว่นกันแดดมาสวมใส่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

ผมทบทวนกำหนดการ และภารกิจที่ต้องปฏิบัติในสองวันนี้แล้ว ทำให้หัวใจพองโตขึ้นมาอีกครั้ง ที่จะได้ทำความดีร่วมกับมูลนิธิหัวใจอาสา และเครือข่ายต่างๆ ในการทำความดีให้กับสังคม…โรงแรมพีเอ็มวาย เป็นเป้าหมายของการเดินทางในวันนี้

“สัมมนาเชิญจอดรถด้านบนเลยครับ” เสียงดังออกมาจากป้อมเล็กๆหน้าโรงแรม ผมเคลื่อนรถช้าๆ ไปจอดตามคำแนะนำของเสียงนั้น… กระเป๋าคู่กายที่ใส่ทุกอย่างได้ถูกสะพายไว้กลางหลังอย่างเช่นเคย ผมเดินผ่านประตูเข้าสู่ด้านในอย่างมั่นใจ “มาสัมมนาของกรมพินิจหรือเปล่าคะ” ผมหยุดและหันมองไปทางที่มาของเสียงทันที พร้อมยิ้มให้อย่างสุภาพในฐานะผู้มาเยือน… “ครับ” เป็นคำตอบเดียวที่ผมเปล่งเสียงออกมาในยามนี้…

ห้องสัมมนาได้ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูเป็นทางการมาก ทราบว่ามีผู้ใหญ่ระดับอธิบดี มาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ บริเวณหน้าห้องมีบอร์ดประชาสัมพันธ์ และเรื่องราวดีๆ ข้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำ
ให้เกิดกิจกรรมดีๆในวันนี้… เมื่อทุกอย่างลงตัว กิจกรรมดีๆเพื่อสังคมก็ได้เริ่มขึ้น ภายใต้ความตั้งใจทุ่มเทของทุกคน “Happy Heart to Happy Society” ซึ่งครั้งนี้เรามีเป้าหมายร่วมกัน คือ สถานพินิจ จังหวัดระยอง…

กิจกรรมวันนี้ทำให้เห็นถึงความตั้งใจของผู้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ที่มีจิตอาสาที่จะร่วมสร้างความดีให้สังคม มีการเชื่อมโยงกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งบุคคลธรรมดาอย่างผม ที่มีความตั้งใจที่จะเป็นส่วน
หนึ่งในการเติมแต่งให้สังคมเราหน้าอยู่มากขึ้น ตลอดทั้งวันเราได้แลกเปลี่ยนแนวคิด แนวทางปฏิบัติที่จะให้การช่วยเหลือ ให้โอกาสกับน้องๆ เยาวชนเกือบหกร้อยชีวิต ที่ใช้ชีวิตอยู่ในสถานพินิจแห่งนี้ กลยุทธ์ต่างๆได้ถูกงัดออกมาตลอดเวลาของการสัมมนาตลอดทั้งวัน นับเป็นที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านในที่นี้ได้เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชนกลุ่มนี้ ที่ถูกจำกัดอิสรภาพจากการใช้ชีวิตที่คึกคะนองเกินขอบเขตตามประสาวัยรุ่นทำให้พลั้งเผลอเดินหลงทางไปในชั่วขณะ เลยทำให้อิสรภาพหมดลงชั่วคราว…

ผมได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ มากมายเกี่ยวกับน้องๆ เยาวชนที่หลงทางกลุ่มนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เกิด
อะไรขึ้นกับสังคมบ้านเรา และอดตื่นเต้นไม่ได้ว่าพรุ่งนี้เราจะได้สัมผัส พูดคุย กับพวกเหล่านั้น ในสถานที่ที่ไม่มี
ใครอยากย่างกายเข้าไป…

อาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ ผมเลือกเดินไปที่มุมสลัด ขอเติมพลังเช้านี้ด้วยผักสดๆ…ความเงียบของบรรยากาศในห้องอาหารที่ไร้ซึ่งผู้คน ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมยังมีไม่ใครลงมาทานอาหาร หรือว่าเราลงมาเร็วเกินไป…

“สวัสดียามเช้าครับพี่อิท… เมื่อคืนนอนหลับมั๊ยครับ… พี่ทราบเหตุการณ์หรือยัง…” คำถามถูกปล่อยออกมาเป็นชุดจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของผม

“เหตุการณ์อะไรเหรอครับ เมื่อคืนผมหลับสนิทเลย โทรทัศน์ก็ไม่ได้ดู…”

“ทหารประกาศกฎอัยการศึกตอนตีสาม ไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็นไงมั่ง…” เสียงที่สามแทรกขึ้นของผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน

ความคิดผมหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะคิดออกมาในใจว่า “บ้านเมืองเราน่าจะสงบเสียที เราวุ่นวายกันมานานเกินไปแล้ว”

หลังอาหารเช้าจบลง ทุกคนกุลีกุจอเตรียมออกเดินทางมุ่งสู่เป้าหมายแห่งอุดมการณ์ของพวกเรา… เวลาผ่านไปไม่นาน คณะของพวกเราก็ถึงที่หมาย “สถานพินิจระยอง” หัวใจผมเริ่มพองโต และเต้นแรงขึ้นทุกขณะเมื่อรู้ว่าจะได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสชีวิต เกือบหกร้อยชีวิต หลังกำแพงอันแน่นหนา ที่สูงตระหง่านอยู่ด้านใน เป็นสถานที่ที่คนธรรมดาอย่างเราๆ ไม่มีโอกาสเข้าไปสัมผัสได้ในยามปกติ…

พิธีเปิดสัมมนาได้เริ่มขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่านอธิบดีกรมพินิจ ได้กล่าวทักทายพูดคุยกับพวกเรา และให้แง่คิด มุมมองต่างๆ ในการทำงานจิตอาสา ผมฟังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง …สมาธิไม่มี… เพราะใจไปจดจอกับชีวิตที่อยู่หลังกำแพงแห่งนั้น คิดไปต่างๆ นานา ว่าจะเป็นอย่างไร จินตภาพไม่ออกในยามนี้ ได้แต่เฝ้าดูนาฬิกา เมื่อไหร่เวลานั้นจะมาถึงซักที…

หลังอาหารกลางวันจบลง เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง “รบกวนพี่ๆ จัดเป็นสี่แถวนะคะ เพื่อสะดวกในการเดินเข้า อากาศร้อนนิดหน่อยค่ะ เราไม่อนุญาตให้นำของมีค่าติดตัวเข้าไป โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ รบกวนเก็บไว้ด้านนอกนะคะ…” เสียงเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานที่คอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำในการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่คณะของเรา… “ทุกท่านพร้อมแล้วเชิญด้านนี้ค่ะ” ผมเดินตามท้ายขบวนของพวกเราไปอย่างติดๆ เพื่อสังเกตทุกอิริยาบถของทุกคน ที่กำลังจะก้าวผ่านประตูไปสู่โลกภายในที่อยู่หลังกำแพงเบื้องหน้า ทุกคนดูตื่นเต้นกับประสบการณ์ในครั้งนี้…

ก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้าไป ผมรู้สึกชาไปทั้งตัวที่สายตาหลายร้อยคู่มองจ้องมาที่เรา เป็นแววตาที่ใสซื่อ ผสมกับความอาย ปนกับความกังวล สงสัยว่าพวกเราเข้ามาทำอะไร แต่ก็ยังคงมีประกายของความสดใสแบบเด็กๆ ที่มีเสียงเรียกขอความช่วยเหลือจากหัวใจ ส่งผ่านออกมาทางแววตาของพวกเขา “ช่วยผมด้วย.. ช่วยหนูด้วย.. ใครก็ได้ช่วยพาพวกเราออกไปจากวังวนนี้ที…” วังวนของชีวิตที่พวกเขาติดมานาน หาทางออกไม่เจอ… ช่างเป็นวังวนที่จำกัดอิสรภาพเสียเหลือเกิน… คณะของเราได้พูดคุยกับเยาวชนเหล่านี้ ถามถึงสารทุกข์สุกดิบไปตมประสา บางคนก็กล้าพูด บ้างก็หลบสายตา สายตาบางคู่ก็บ่งบอกถึงสำนึกผิดชอบชั่วดี มีความกังวลเป็นเพื่อนคู่ใจตลอดเวลา

นี่คือกลุ่มเยาวชนอนาคตของชาติ เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาเหล่านี้ ความเจริญทางสังคม ที่ผู้คนต่างฝ่ายต่างกอบโกยผลประโยชน์จนลืมใส่ใจสังคม หรือระบบบริโภคนิยมที่ผู้คนเสพกันจนขาดคุณธรรม ลืมคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หรือระบบการศึกที่พัฒนาไม่ถูกที่ เยาวชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา การศึกษาที่ใช้ระบบแพ้คัดออก จะตอบโจทย์เหล่านี้ได้อย่างไร ผมกลับออกมาด้วยความรู้สึกเศร้าใจ และให้สัญญากับตัวเองว่า ผมจะกลับมาที่นี้อีก เพื่อปลดปล่อยให้น้องๆ เยาวชนได้หลุดออกจากวังวนแห่งนี้…

งานปาฐกถาไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ครั้งที่ 2

งานปาฐกถาไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ร่วมสร้าง…สังคมน่าอยู่” ณ ลานลิฟท์แก้ว ห้างเซ็นทรัลเวิร์ล ชั้น 1 หากใครสนใจมาร่วมงานเชิญนะครับ วันนี้ (14 ก.ค. 57) เวลา 12.30-15.00 น.

เวทีศึกษาดูงานการออกแบบกิจกรรม “การให้และการช่วยเหลือสังคม” ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร จ.นครปฐม

เวทีศึกษาดูงานการออกแบบกิจกรรม “การให้และการช่วยเหลือสังคม” ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร จ.นครปฐม

เวทีศึกษาดูงาน การออกแบบกิจกรรม “การให้และการช่วยเหลือสังคม”

มูลนิธิหัวใจอาสา ร่วมกับ สสส. จัดเวทีศึกษาดูงาน และการออกแบบกิจกรรมการให้และการช่วยเหลือสังคม ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร และบ้านมุทิตา จ.นครปฐม ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนผู้เข้าร่วมเข้าศึกษาดูงานได้พบปะพูดคุยกับเด็กและเยาวชน และระดมความคิด หาแนวทางความร่วมมือ เพื่อการส่งเสริมการให้โอกาสเด็กและเยาวชน ยกระดับการให้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน CSR ในองค์กร ในวันนี้มี 4 องค์กร ที่จะนำไปเสนอต่อผู้บริหารในการดำเนินงานทางด้านการให้ และจะพา พนง. ในองค์กร มาช่วยสร้างความสุข และให้ความรู้กับน้อง ๆ

 

เวทีศึกษาดูงาน การออกแบบกิจกรรม “การให้และการช่วยเหลือสังคม”

มูลนิธิหัวใจอาสา ร่วมกับ สสส. จัดเวทีศึกษาดูงาน และการออกแบบกิจกรรมการให้และการช่วยเหลือสังคม ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร และบ้านมุทิตา จ.นครปฐม ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนผู้เข้าร่วมเข้าศึกษาดูงานได้พบปะพูดคุยกับเด็กและเยาวชน และระดมความคิด หาแนวทางความร่วมมือ เพื่อการส่งเสริมการให้โอกาสเด็กและเยาวชน ยกระดับการให้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน CSR ในองค์กร ในวันนี้มี 4 องค์กร ที่จะนำไปเสนอต่อผู้บริหารในการดำเนินงานทางด้านการให้ และจะพา พนง. ในองค์กร มาช่วยสร้างความสุข และให้ความรู้กับน้อง ๆ